⚖️ บทนำ
เซ็นสัญญาไปแล้วแต่ไม่เข้าใจในเนื้อหา สัญญานั้นยังใช้ได้หรือไม่?หรือการเซ็นลายเซ็นเปล่าในกระดาษ จะทำให้เกิดสัญญาหรือไม่?
การแสดงเจตนาที่ถูกต้องเพื่อให้เกิดสัญญาคืออะไรบทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจอย่างเป็นระบบ
⚖️ การแสดงเจตนาคืออะไร
การแสดงเจตนา คือ การกระทำที่มุ่งให้เกิดผลทางกฎหมาย เช่น การทำนิติกรรมสัญญาหากการแสดงเจตนาเป็นไปโดยถูกต้องตรงกันนิติกรรมย่อมสมบูรณ์ตามมาตรา 149 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งมุ่งผลในการ ก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ
แต่หากการแสดงเจตนาไม่ตรงกันอาจทำให้นิติกรรมตกเป็น “โมฆะ” หรือ “โมฆียะ” แล้วแต่กรณี เช่น
การแสดงเจตนาลวง (มาตรา 155)
นิติกรรมอำพราง (มาตรา 154)
⚖️ ประเภทของการแสดงเจตนา
การพิจารณาว่าสัญญามีผลหรือไม่? ต้องดูว่าการแสดงเจตนาของคู่สัญญาตรงกันหรือไม่ หากไม่ตรงกัน อาจทำให้สัญญาไม่สมบูรณ์ได้
⚖️ 1) การแสดงเจตนาโดยสำคัญผิด
คือ การเข้าใจผิดในสาระสำคัญของนิติกรรม แบ่งเป็น 3 กรณีหลัก
สำคัญผิดในลักษณะของนิติกรรม เช่น คิดว่าเป็นสัญญาเช่า แต่จริงเป็นสัญญาซื้อขาย
สำคัญผิดในตัวบุคคล เช่น เข้าใจว่าทำสัญญากับบุคคลหนึ่ง แต่แท้จริงเป็นอีกคน
สำคัญผิดในทรัพย์สิน เช่น เข้าใจว่าซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง แต่ได้อีกแปลง
รวมถึงความสำคัญผิดใน “คุณสมบัติ” เช่น
บุคคล (เชื่อว่ามีใบอนุญาต แต่ไม่มี)
ทรัพย์ (เข้าใจว่าเป็นของแท้ แต่เป็นของปลอม)
⚖️ ข้อสำคัญ
หากความสำคัญผิดเกิดจากความประมาทเลินเล่อ ส่งผลให้อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้
⚖️ 2) การแสดงเจตนาเพราะถูกฉ้อฉล
คือ การถูกหลอกลวงด้วยข้อความเท็จ หรือปกปิดความจริงเพื่อจูงใจให้ทำนิติกรรม แบ่งเป็น
ฉ้อฉลโดยคู่สัญญา
ฉ้อฉลโดยบุคคลภายนอก (ผู้ถูกทำกลฉ้อฉลต้องรู้หรือควรรู้)
⚖️ ข้อสังเกต
การนิ่งเฉย อาจเป็นฉ้อฉลได้ (ต้องพิสูจน์)
หากทั้งสองฝ่ายต่างฉ้อฉลกัน ยกขึ้นต่อสู้ไม่ได้อีกฝ่ายไม่ได้
⚖️ 3) การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่
เป็นการทำให้อีกฝ่ายเกิดความกลัวจนต้องยอมทำนิติกรรม ต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
เป็นภัยใกล้จะถึง หมายความถึง ภัยที่กำลังจะเกิดในปัจจุบัน ไม่ใช่ในอนาคตอันห่างไกล
มีความร้ายแรง ต้องถึงขนาดถ้ามิได้มีการข่มขู่คงไม่ทำนิติกรรมขึ้น
ทำให้เกิดความกลัวจริง อันเกิดจากการข่มขู่
เกี่ยวข้องกับการทำนิติกรรม การข่มขู่ต้องมุ่งประสงค์ให้ทำนิติกรรมตามที่ผู้ข่มขู่ต้องการ
⚖️ หมายเหตุ การใช้สิทธิตามกฎหมายปกติ ไม่ถือเป็นการข่มขู่
ผมขอสรุปความแตกต่างของการ สำคัญผิด กลฉ้อฉล ข่มขู่ไว้ ณ ตารางด้านล่างนี้
⚖️ การบอกล้างนิติกรรมโมฆียะ
ระยะเวลา
1 ปี นับแต่รู้เหตุ การสำคัญผิด(คุณสมบัติบุคคลหรือทรัพย์สิน) กลฉ้อฉล ข่มขู่
ไม่เกิน 10 ปี นับแต่ทำนิติกรรม
ผู้มีสิทธิ
คู่สัญญา ที่สำคัญผิด(คุณสมบัติบุคคลหรือทรัพย์สิน) กลฉ้อฉล ข่มขู่
ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์
ผลของการบอกล้าง
นิติกรรมเป็นโมฆะมาแต่ต้น
คู่สัญญาต้องคืนสู่ฐานะเดิม
⚖️ บทสรุป
การทำสัญญาไม่ใช่แค่ “เซ็นชื่อ”แต่คือการแสดงเจตนาที่กฎหมายให้ความสำคัญหากเกิดความผิดพลาดสิทธิของคุณอาจเปลี่ยนไปทันที
⚖️ ทิ้งท้าย
“ผิดเพราะคิดเองกับผิดเพราะถูกทำให้คิดกฎหมายมองไม่เหมือนกัน”
เขียนโดย สังคมภาพ