เคยไหม แจ้งความแล้วเรื่องไม่คืบ ?
หลายคนอาจเข้าใจว่าตำรวจไม่ทำงาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาจมี “เหตุผลทางกฎหมาย” ที่ทำให้คดีดูเหมือนไม่เดินหน้า
สาเหตุที่ 1 หลักฐานไม่เพียงพอ
ในคดีอาญา “พยานหลักฐาน” เป็นสิ่งสำคัญมาก พนักงานสอบสวนต้องพิจารณาว่า ข้อกล่าวหานั้นมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่เพราะการดำเนินคดีอาญา อาจกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาโดยตรงหากพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจน พนักงานสอบสวนอาจใช้ดุลพินิจ “ยังไม่รับเป็นคำร้องทุกข์”
ตัวอย่าง:
กล่าวหาว่าถูกหมิ่นประมาททางแชท แต่ไม่มีข้อความยืนยัน
กล่าวหาว่าผู้อื่นประมาท แต่ไม่มีพยานหรือหลักฐานประกอบ
สาเหตุที่ 2 ยังไม่ใช่ “การร้องทุกข์”
หลายคนเข้าใจว่า “แจ้งความ = ร้องทุกข์” ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่เหมือนกัน
แจ้งความ = ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ร้องทุกข์ = แสดงเจตนาให้ดำเนินคดีถึงที่สุด
หากต้องการให้คดีเดินหน้า ควรแจ้งให้ชัดเจนว่า
⚖️ “ประสงค์ดำเนินคดีถึงที่สุด”
สาเหตุที่ 3 ไม่ทราบตัวผู้กระทำความผิด
ในทางกฎหมาย แม้ไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด ก็สามารถร้องทุกข์ได้ แต่ในทางปฏิบัติ อาจทำให้คดีเดินช้าลง เพราะพนักงานสอบสวนต้องใช้เวลาในการสืบหาตัวผู้กระทำผิด
ในทางกฎหมาย การร้องทุกข์คือการที่ผู้เสียหาย “แสดงเจตนา” ว่าต้องการให้ดำเนินคดีไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีพยานหลักฐานครบตั้งแต่ต้น
หลายคนอาจเคยเจอว่า เมื่อตนเองไปแจ้งความแล้ว พนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์เพราะเห็นว่า “หลักฐานยังไม่เพียงพอ” หรือ “ยังไม่ทราบตัวผู้กระทำความผิด”
ในมุมมองทางกฎหมาย ประเด็นนี้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะ
⚖️ หน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานและสืบหาตัวผู้กระทำความผิด เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในฐานะตัวแทนของรัฐ ไม่ใช่ภาระของผู้เสียหายเพียงฝ่ายเดียว
ดังนั้น หากผู้เสียหายมีสิทธิตามกฎหมาย และได้แสดงเจตนาชัดเจนว่าต้องการดำเนินคดี
โดยหลักแล้ว พนักงานสอบสวนควรรับคำร้องทุกข์ไว้ และดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี เช่น ผู้แจ้งไม่ใช่ผู้เสียหาย หรือเรื่องที่แจ้งไม่เป็นความผิดอาญา พนักงานสอบสวนก็อาจมีดุลพินิจไม่รับเป็นคำร้องทุกข์ได้
⚖️ สรุปให้เข้าใจง่าย
“ผู้เสียหายมีหน้าที่แจ้งข้อเท็จจริง ส่วนการหาความจริง เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน”
สาเหตุที่ 4 กระบวนการสอบสวนใช้เวลา
คดีอาญามีหลายขั้นตอน เช่น
สอบปากคำผู้เสียหายและพยาน
รวบรวมพยานหลักฐาน
สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ
จึงเป็นเรื่องปกติที่คดีจะใช้ระยะเวลาและอาจทำให้ผู้เสียหายรู้สึกว่า “คดีเงียบ”
สาเหตุที่ 5 ผู้เสียหายไม่ติดตามคดี
อีกสาเหตุหนึ่งคือ ผู้ร้องทุกข์
ไม่ติดตามความคืบหน้า
ไม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
หรือไม่ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน
ซึ่งอาจทำให้คดีไม่สามารถเดินต่อได้อย่างเต็มที่
สรุป
การแจ้งความไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้อง“ถูกต้อง ครบถ้วน และมีหลักฐานรองรับ”เนื่องจากคดีอาญาเกี่ยวข้องกับสิทธิของบุคคล จึงต้องมีขั้นตอนที่รอบคอบและรัดกุม ดังนั้น การปรึกษาทนายความตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เข้าใจสิทธิของตนเอง และวางแนวทางคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เขียนโดย สังคมภาพ